technology

Thursday, July 28, 2005


แมวไม่เคยรู้จักรสหวานฟิลาเดเฟีย (Philadephia), PA นักวัทยาศาสตร์จาก ศูนย์ เคมีรับรู้ โมเนล (Monell Chemical Sense Center) โดยการร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จาก ศูนย์ วอลแธม เพื่อโภชนาการสัตว์ (Maltham Center for Pet Nutrition) สหราชอาณาจักร ได้รายงานว่า การบกพร่องของยีนที่แสดงออกเป็นส่วนหนึ่งในตัวรับรู้รสหวานในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมปกติ ทำให้แมวเกิดความไม่มีความปรารถนารสหวานของน้ำตาล และขนมหวานอื่นๆเป็นที่รู้กันมานานแล้วในหมู่คนที่เป็นเจ้าของแมวว่า แมวที่เลี้ยงตามบ้านเรานั้นมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่สนใจอาหารที่มีรสหวาน ต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ สืบเนื่องมาจากการศึกษาที่มีอยู่ก่อน ที่โมเนล ในราวปี 1970 การไม่มีความชอบน้ำตาลนี้ พบได้ในกลุ่มแมวป่าอื่นๆเช่นกัน รวมถึง เสือ สิงโต เสือดาว และเสือ จาร์กัวส์ ด้วย “หนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้สำหรับพฤติกรรมนี้คือ สัตว์ในตระกูลแมวนั้นไม่สามารถตรวจจับสารประกอบที่มีรสหวานเช่นน้ำตาล และสารให้ความหวานเข้มข้นสูงอื่นๆได้ เพราะพวกมันขาดตัวรับความรู้สึกของรสหวาน” กล่าวโดย เสีย ลี่ (Xia Li), ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D) นักอณูพันธุศาสตร์ (Molecular geneticist) ของ โมเนล และหัวหน้ากลุ่มผู้ทำการศึกษาในครั้งนี้ “ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่จะต้องดูกันต่อไปคือ ยีนที่แปลรหัสสำหรับตัวรับความรู้สึกของรสหวาน”ตัวรับความรู้สึกสำหรับรสหวานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประกอบไปด้วย 2 ส่วนย่อย (subunit) คือ ที 1 อาร์ 2 (T1R2) และ ที 1 อาร์ 3 (T1R3) ซึ่งแต่ละตัวนั้น แสดงออกโดยยีนที่แยกกัน ในการศึกษาใหม่ที่รายงานเมื่อเดือน กรกฎาคม 2005 นี้ ซึ่งได้ตีพิมพ์ใน พี แอล โอ เอส (PLoS, ห้องสมุดวิทยาศาสตร์ สาธารณะ, Public Library of Science) ในกลุ่มหัวข้อ พันธุศาสตร์ ซึ่งนักวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงการขาดยีนที่แปลรหัสให้ได้ ที 1 อาร์ 2 (T1R2) ในแมวบ้าน นักวิจัยที่ โมเนล ก็ยังพบการพร่องยีนนี้ในเสือ ชีตาห์ (Cheetah) ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นที่ให้สังเกตได้ว่า จะเป็นลักษณะนี้ น่าจะพบได้อย่างทั่วไปในสัตว์ตระกูลแมว “ยีนชนิดนี้เป็นที่รู้จักว่าเป็น สูโดยีน (pseudogene) และเป็นอะไรสักอย่างคล้ายๆ ฟอสซิลทางโมเลกุล (Molecular Fossil) ดอกเตอร์ ลี่ กล่าวเพิ่มเติม “สันนิษฐานว่า ครั้งหนึ่ง มันเคยแปลรหัสได้เป็นโปรตีนที่ทำงาน (Functional protein) มาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ ไม่แล้ว) ดอกเตอร์ ลี่ อธิบายว่า “บนยีนนั้น มีสัญญาณที่จะบ่งบอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สำหรับข้อมูลสำหรับลำดับของ กรดอะมิโน (amin acid) ซึ่งเรียงกันเป็นโปรตีน เราพบว่า เกิดการหายไป (deletion) ของเบส 247 คู่เบส ในยีนที่จะ แปลรหัสเป็น ที 1 อาร์ 2 (T1R2) ในแมว และจากการหายไป (deletion) ของเบสดังกล่าว ทำให้จุดสิ้นสุดนั้น เลื่อนขึ้นมา ที 1 อาร์ 2 (T1R2) นั้น ไม่ถูกสร้างขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีอะไรมาทำงานร่วมกับ ที 1 อาร์ 3 (T1R3) เพื่อที่จะสร้างตัวรับรู้รสหวานที่ทำงานได้”“ผลการทดลองของเราทำให้เกิดข้อสังเกตใหม่ขึ้นมาเลย ว่าแมวได้อาศัยอยู่ในโลกของการรับรู้ความรู้สึกต่างจากเจ้าของที่เลี้ยงมัน” กล่าวโดย เวอโรนิค เดอกรันด์ เดอเฟรติน (Veronique Degrand-Defretin) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D) ผู้อำนวยการ โครงการวิจัยพฤติกรรมการกินโลก (Global Feeding Behavior Research program) ที่ศูนย์วอลแธม (Waltham) “วอลแธมได้พบสิ่งสำคัญที่จะทำให้เข้าใจลักษณะเฉพาะของพวกแมว เพื่อที่จะนำไปสู่การผลิตอาหารที่เพียงจะสร้างความพึงพอใจให้พวกมันเท่านั้น แต่ยังให้พวกมันได้รับโภชนาการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มันต้องการอีกด้วย)การศึกษาที่คู่ขนานไปด้วยกันกับการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การขาดยีนนั้นเฉพาะกับยีนแปลรหัสให้ได้โปรตีน ที 1 อาร์ 2 (T1R2) เท่านั้น ส่วนยีนที่ถอดรหัสให้ได้โปรตีน ที 1 อาร์ 3 (T1R3) ในแมวนั้น พบว่าแมวมียีนเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ และ สามารถสร้างโปรตีนที่สมบูรณ์เป็นอย่างปกติได้ การค้นพบครั้งนี้ได้อธิบายบทบาทสำคัญอย่างหนึ่งว่า พันธุกรรม มีผลกระทบต่อการรับรส และการเลือกกินอาหาร ซึ่งมีผลต่อโภชนาการด้วย“ตัวรับรสหวานซึ่งทำงานไม่ได้นี้ ได้ให้คำอธิบายทางด้านทางโมเลกุลต่อคำถามที่ว่า ทำไมแมวจึงไม่มีความต้องการของหวาน” กล่าวโดยนักวิจัยอาวุโส โจเซฟ จี แบรน (Joseph G Brand) ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต (Ph.D) นักชีวฟิสิกส์ (Bio Physicist) ที่โมเนล “เมื่อวิเคราะห์ความที่อธิบายเอาไว้เป็นอย่างดี ข้อหนึ่ง สามารถพิจารณาได้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลนี้ เป็นวิวัฒนาการของพฤติกรรมการล่าของพวกแมว”“สิ่งที่เรายังคงไม่รู้คือ อย่างไหนมาก่อนกันระหว่าง พฤติกรรมการล่า กับการสูญเสียยีนที่แปลรหัสเป็นโปรตีน ที 1 อาร์ 2 (T1R2) เมื่อพิจารณาถึงยีน นี่เป็นกรณีของการใช้หรือไม่ใช้หรือไม่ แบรนด์ (Brand) ยังกล่าวต่ออีกกว่า “จากมุมมองในเรื่องของโภชนาการ ตั้งแต่แมวอาศัยในป่า แมวก็กินคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) น้อยมาก พวกมันกินโปรตีนเห็นหลัก บางทีพวกแมวอาจจะสอนเราได้ถึง บางอย่างเกี่ยวกับเหตุผลทางสรีรวิทยา และ เมตาบอลิก (metabolic) ของการกินโปรตีน(protein) เป็นอาหารหลักอย่างจำเพาะข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้จะถูกนำเสนอทั้งหมดในการประชุมเชิงปฏิบัตินานาชาติทางด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ วอลแธม (Waltham International Nutrition Science Symposium) ที่ กรุง วอชิงตัน ดีซี (Worshington, DC) ในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกับเรื่องโภชนาการของสัตว์ในระดับก้าวหน้าอื่นๆ อีกมากมาย